สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

ประวัติความเป็นมา

โยบายการพัฒนางานด้านวัฒนธรรม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือการยึดทางสายกลางที่อยู่บนพื้นฐานของความสมดุลพอดี รู้จักพอประมาณอย่างมีเหตุผล มีความรอบรู้เท่าทันโลกเป็นแนวทางในการดำเนินวิถีชีวิตของคนไทยเพื่อมุ่งให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย ซึ่งปรัชญาตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังกล่าว ยังมุ่งเน้นให้เกิดบูรณาการรวมทั้งคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนไทยในสังคมมีความสุขทั้วหน้าพึ่งตนเองและเท่าทันโลก โดยยังรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทยมีค่านิยมร่วมต่อการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด ทัศนคติ และกระบวนการทำงานให้เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารและการจัดการประเทศที่มุ่งสู่ประสิทธิภาพและก้าวทันโลก สามารถเลือกใช้ความรู้และเทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีและมีความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงควบคู่ไปกับการมีคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต หลักการแห่งกรอบแนวคิดของแผนวัฒนธรรมแห่งชาติฉบับที่ 9 เป็นแผนบูรณาการที่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงเป็นกระบวนการเดียว มีความพอเหมาะพอดีและมีดุลยภาพ มุ่งพัฒนาจิตใจห้ยึดมั่นในสันติสุขอยู่ในกรอบของศีลธรรมและจริยธรรมที่สอดคล้องกับแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติที่มุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ที่สบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตรวมทั้งสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่มีความเข้มแข็งและมีคุณธรรม 3 ด้านคือ

1) สังคมคุณภาพ 

2) สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

3) สังคมสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน มุ่งหวังให้คนไทยมีชีวิตที่ดี เก่ง และมีความสุข

ดังนั้นการพัฒนาแบบองค์รวมหรือบูรณาการคือ การพัฒนาปัจจัยต่างๆในลักษณะที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพของคนทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมต่างๆที่อยู่รวบตัวคนได้แก่ ครอบครัว ชุมชน สภาพแวดล้อมทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติโดยเอื้อต่อการพัฒนาคนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว จากแนวคิดที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาดังกล่าว การพัฒนางานด้านวัฒนธรรมจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างแท้จริง แต่การพัฒนาที่ขาดจากรากฐานทางวัฒนธรรมของตนเองนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายและจะมีผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาคนตามมา ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความชะงักในการพัฒนาแต่ยังทำให้เกิดความกัดเซาะความก้าวหน้าที่ได้สั่งสมมาเป็นเวลาช้านานอีกด้วยประกอบกับกระแสวัฒนธรรมต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามากับกระแสโลกาภิวัฒน์รวมทั้งวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ถูกนำมาใช้ในการผลิตและการดำรงชีวิต ในขณะที่ผู้บริโภคยังไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีเองได้จึงก่อให้เกิดการตกอยู่ภายใต้การครอบงำของวัฒนธรรมบริโภคนิยมที่เป็นของตะวันตก อีกทั้งปัจุบันระบบข้อมูลข่าวสารและการติดต่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความขัดแย้งและสับสนทั้งในเรื่องความคิด ความเชื่อค่านิยม มีการเอารัดเอาเปรียบ แข่งขันชิงดีชิงเด่นอย่างขาดการประนีประนอมจนทำให้ระเบียบวินัยและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนในชาติถูกละเลย ภูมิปัญญาไทยและลักษระความเป็นไทยถูกกระแสวัฒนธรรมสมัยใหม่รุกล้ำครอบงำจนวัฒนธรรมไทยถูกลดคุณค่าและกลายสภาพอ่อนแอลงจากกระแสแห่งวัฒนธรรมที่มีอยู่นั้นมีทั้งสิ่งที่มีคุณค่าและด้อยคุณค่าปะปนกันจึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของทุกคนในสังคมอย่างรวดเร็ว รุนแรง กว้างขาง และทั่วถึงทั้งในทางบวกและทางลบขึ้นอยู่กับว่าคนไทยและสังคมไทยจะรู้เท่าทันและมีความสามารถในการเลือกสรรกลั่นกรองเอาสิ่งที่ดี จากกระแสวัฒนธรรมที่หลั่งไหลมานั้นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นฐานทางวัฒนธรรมไทย ถ้าคนไทยและสังคมไทนรู้เท่าทันและมีความสามารถในการเลือกสรรก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ความสมดุลและยั่งยืนได้ แต่ในทางตรงกันข้ามกันถ้าคนไทยและสังคมไทยไม่สามารถรู้เท่าทันกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงได้และไม่มีความสามารถในการเฝ้าระวังกระแสวัฒนธรรมที่ด้วยคุณค่าที่หลั่งไหลมานั้นและรับวัฒนธรรมที่ด้อยคุณค่าเหล่านั้นมาภายใต้อิทธิพลของความต้องการที่ทันสมัยและก้าวหน้าอย่างขาดการเลือกสรรกลั่นกรองให้ประสานสอดคล้องกับรากฐานเดิมของวัฒนธรรมไทยแล้วก็จะนำไปสู่วิกฤตการณ์ในเรื่องต่างๆได้